ตำนานและความเข้าใจผิดกับค้างคาวกันมาตลอด

ในขณะที่คนโบราณส่วนใหญ่หยิบยกเรื่องของค้างคาว มาทำเป็นตำนานในอารยธรรมของมนุษย์ อย่าเช่นในตำนานแดรกคิวลา จนกลายเป็นเรื่องราวเล่าขานสืบต่อกันนานนับร้อยนับพันปี จนกระทั่งปัจจุบันได้มีการดัดแปลงมาทำเป็นภาพยนต์สยองขวัญ ทำให้ภาพลักษณ์ของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อค้างคาวว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและมี อันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกมันห่างไกลการเป็นศัตรูอย่างมาก ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ พวกมันเป็นมิตรกับมนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตสำคัญในระบบนิเวศวิทยาทั่วโลก ดอกไม้มากมายที่จำเป็นต้องให้ค้างคาวมาช่วยผสมเกสรดอกไม้ให้ รวมถึงยังช่วยกระจายเมล็ดพันธ์ไปตามสถานที่ต่างๆ ส่วนข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นตัวควบคุมศัตรูพืชด้วยการกินแมลง นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังใช้จำนวนประชากรของค้าวคาว ในการบ่งชี้ความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในพื้นที่ได้อีกด้วย

พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พิเศษ บางคนอาจมองว่ามันสง่างาม แต่ส่วนใหญ่มองว่ามันเป็นหนูบินได้ แต่ถ้าเอามาเปรียบทางด้านพันธุกรรมแล้ว เจ้าหนูบินได้ หรือค้างคาวของเรามีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่าหนูเยอะเลย พวกมันจะออกลูกได้ปีละ 1 ตัว โดยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 30 ปี ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่บินได้ แถมยังบินด้วยความเร็วสูงจนน่าเหลือเชื่อ ในการเดินบินของพวกมันนั้น จะแทบไม่ได้ใช้ดวงตาในการมองเลย แต่เป็นการใช้สิ่งที่เรียกว่าคลื่นโซน่า ซึ่งเป็นการส่งคลื่นความถี่สูงออกไป (สูงเกินกว่าที่มนุษย์จะได้ยินได้) และเมื่อคลื่นเหล่านี้กระทบกับวัตถุ พวกมันจะกระดอนกลับหามาตัว ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ค้างคาวสามารถรวมรวบข้อมูลที่จำเป็นได้เช่น ตำแหน่งของวัตถุ ลักษณะพื้นที่ การเลื่อนไหว โดยกระบวนการนี้ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ทำให้พวกมันเป็นนักล่ากลางคืนที่น่ากลัวที่สุดของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก อย่างแมลง ถ้าเราอยากรู้ว่าคลื่นโซน่าของมันทำงานอย่างไร ก็ให้นึกว่าพวกมันสามารถจำลองภาพสามมิติรอบตัวมันได้ แถมยังอัพเดตตลอดเวลาอีกด้วย

ดังนั้นวลีที่ว่า “ตาบอดเหมือนค้างคาว” จึงไม่เป็นจริงอีกต่อไป เพราะว่าพวกมันมีความสามารถในการมองเห็นกว่าดวงตาของมนุษย์หลายเท่าด้วยการ ใช้คลื่นโซน่า ทำให้พวกมันหากินในตอนกลางคืนได้แบบสบายๆ ขนาดสายพันธุ์ทีเล็กสุด ขนาดลำตัวประมาณ 3.5 ถึง 5 เซนติเมตร สามารถจับแมลงขนาดเล็กได้ถึง 3,000 ตัวในคืนเดียว นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์สงวนที่คุณจะหาดูไม่ได้ตามสวนหลังบ้านของคุณกว่า 18 ชนิด ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธ์