คุณสมบัติโครงสร้างของค้างคาว

ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกับสัตว์เลี้ยงของเรา แต่พวกมันมีเส้นขนตามตัว และมีอุณภูมิเลือดที่อุ่น เมื่อพวกมันยังแบเบาะ ค้างคาวตัวเกมจะป้อนนมพวกมันเป็นเวลากว่าสัปดาห์ เพื่อให้มันแข็งแรงพอจะอยู่รอดได้บนโลก ซึ่งน่าอัศจรรย์มากที่ค้างคาวเหล่านี้ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียว ที่มีความสามารถในการบินได้เหมือนกับนก (สมัยก่อนอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แต่อาจสูญพันธุ์ไปตามกาลเวลา) โครงสร้างปีกของมันมีกระดูกอยู่ทั่วไปหมด ทำหน้าที่เหมือนกับแขน และมือของมนุษย์ โดยทั่วไปแล้วค้างคาวมีอยู่หลายร้อยสายพันธ์ แต่ที่พบเห็นส่วนใหญ่มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 17 สายพันธุ์ มีตั้งแต่ขนาดตัวเล็กเท่าฝ่ามือ จนถึงขนาดใหญ่โต บางสายพันธุ์มีขนาดตัวยาวเพียง 4 เซนติเมตร และหนัก 5 กรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นน้ำหนักที่น้อยกว่าเหรียญเสียอีก ส่วนค้างคาวขนาดใหญ่นั้น จะมีน้ำหนักอยู่ที่ราวๆ 40 กรัมโดยประมาณ อย่างในแถบเอเชียที่มีค้างคาว “Javanese flying fox” เป็นจำพวกที่กินผลไม้และเมื่อกางปีกออก จะมีความยาวรวม 2 เมตร ทำให้มันครองตำแหน่งค้างคาวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

อาหารการกินของพวกมันส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นจำพวกแมลง และบางครั้งก็เป็นผลไม้ แต่โดยรวมแล้วพวกมันแต่ละชนิดจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป พวกมันมีความเป็นนักล่าสูง ชอบบินไล่ล่าเหยื่อกลางอากาศ และพวกมันมักจะมาห้อยหัวกินอาหารที่พวกมันล่ามาได้ ด้วยการบินเผาพลาญพลังงานพวกมันในแต่ละวัน ทำให้ต้องกินอาหารเพิ่มขึ้น จึงไม่แปลกใจที่พวกค้างคาวเหล่านี้จะกินได้ทั้งวันเพื่อให้ได้พลังงานเพียง พอ ขนาดตัวเล็กยังกินแมลงได้ถึง 3000 ตัวต่อคืนเลยทีเดียว

แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกมันหาอาหารไม่ได้ล่ะ แน่นอนว่ามันจะไม่อดตาย เพียงแต่จะพยายามเคลื่อนที่ให้น้อยที่สุด หรือที่เรียกว่าเข้าจำศีลเพื่อสงวนพลังงานส่วนใหญ่ไว้ให้ร่างกาย และมีบ่อยครั้งที่พวกมันมีอันตรายต่อสังคมมนุษย์ หลายชนิดทั่วโลกมักจะกินได้ทั้งผลไม้ ปลา กบ เลือด หรือแม้กระทั่งพวกเดียวกัน

ส่วนเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่เมื่อคุณไปเยือนถิ่นของค้างคาว มักจะพบว่าพวกมันเกาะอยู่บนที่สูง และห้อยหัวลงมา หลายคนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจเหตุผลของมัน แต่จริงๆ แล้วที่มันทำก็เพราะว่าความสะดวกในการเคลื่อนที่ เมื่อพวกมันจะบินออกไป ก็แค่ปล่อยตัวลงกลางอากาศ และออกบินได้ทันที ในขณะที่ถ้าเป็นสัตว์ปีกทั่วๆ ไป ที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ หรืออยู่บนพื้นดิน จะต้องใช้พลังงานในการยกตัวมากกว่านั่นเอง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมค้างคาวจึงห้อยหัวลงมา